เปิดตัวอย่าอลังการ ยั่วกระเป๋าเหล่าแฟชั่นนิสตาตัวยงทั้งชายและหญิงกันไปแล้ว สำหรับแฟชั่นมัลติแบรนด์ดังจากฮ่องกง อย่างอะนาเธอร์ เอฟ.ซี.เค. / another F.C.K.ที่แม้จะนำเข้ามา 4 แบรนด์เท่านั้น แต่บอกได้คำเดียวว่าคอลเล็กชั่นใหม่ที่ส่งออกมาก็ไม่ใช่ย่อย เรียกได้ว่ามีเอกลักษณ์ลูกเล่นประจำแบรนด์ให้เลือกสนุกกันแบบเหนือจินตนาการเลยทีเดียว
เปิดซิงแบรนด์แรกอย่าง “Kitterick” แบรนด์ที่สามารถจะเซอร์ไพรส์คุณได้ตลอดเวลา เป็นเสื้อผ้าสำหรับทั้งชายและหญิงที่มีความแตกต่าง และโดดเด่นในตัว ใช้ลูกเล่นการตัดเย็บ การวางแบบผ้าและลูกเล่นที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว ที่สามารถบ่งบอกความ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของผู้สวมใส่ได้ สำหรับคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2009 นี้มาใน “Glam kitterick” ซึึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์แฟชั่นยุค 80’s และแฟชั่นไอคอนแห่งยุคอย่าง บอย จอร์จ (Boy George)และ เลห์ โบเวอร์รี่
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เกาะเทรนด์เครื่องประดับซีซั่นนี้ มีไว้ไม่ให้เอ้าท์
ซีซั่นฟอล/ วินเทอร์ 2009 นี้ แบรนด์แฟชั่นต่างพากันอวดโฉมคอลเลคชั่นเสื้อผ้ากันอย่างคึกคัก แต่ในหนึ่งในลูกเล่นความสนุกที่จะเติมเต็มความสวยให้ผู้หญิงเราอย่างสมบูรณ์แบบ คือ แอคเซสซอรี่ส์ที่เลือกใช้ โดยเฉพาะ “แฟชั่น จิวเวลรี่” เพราะ นอกจากจะเสริมให้ลุคสวยสมบูรณ์แบบ ยังช่วยเพิ่มสง่าราศีและความโก้หรูให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สำหรับซีซั่นนี้ ใครที่ยังลังเลไม่น่าใจว่าจะเลือกเครื่องประดับชิ้นไหนให้้เข้ากับตัวเอง วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” มีกูรูคนเก่ง ณพนุช ทองภักดี ไลฟ์สไตล์ คอนซัลแตนท์ มาเผยเทคนิคการเลือกเครื่องประดับ และบอกว่าเครื่องประดับแบบไหนที่ควรมีไว้ในกล่องเครื่องประดับของคุณ แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เครื่องประดับที่จะนำมาแนะนำนี้ เป็นเครื่องประดับจากบรนด์ไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น G-Gub, Matina Amanita for Sretsis, Disaya, Olivia Diamonds และ Jogema ที่ขนกันมาเปิดคอลเลคชั่นสุดเก๋ที่ศูนย์การค้าเกษร
เริ่มที่เทรนด์แรก ณพนุชบอกว่า ฤดูกาลนี้ “ไข่มุก” ไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับเชยๆ ของผู้ใหญ่อีกต่อไป เพราะ เหล่าดีไซเนอร์ได้ออกแบบไข่มุกให้มีดีเทลน่าสนใจกว่าแบบเรียบๆ เช่น แบบสร้อยระย้าซ้อนเป็นชั้นๆ ไข่มุกร้อยกับริบบิ้นเป็นสร้อยเก๋ๆ หรือนำมาทำเป็นเครื่องประดับผม ตุ้มหูแชนเดอเลียร์ หรือใส่เป็นกำไลหลายๆ เส้น เวลาใส่ไข่มุกนอกจากจะดูสวยหวาน โก้ หรู ยังช่วยให้ใบหน้าดูผ่องใสเปล่งประกายไม่เหมือนกับเครื่องประดับอื่นๆ สำหรับไทยดีไซเนอร์ที่ออกแบบไข่มุกได้สวยเก๋ไม่เหมือนใคร นั่นคือ ม.ล. รจนาธร ณ สงขลา แห่งร้าน ที่นำเสนอเครื่องประดับสไตล์วินเทจสำหรับหญิงสาวบุคลิกมาดมั่น เครื่องประดับทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์เมดและเลือกใช้แต่วัสดุที่มีคุณภาพ ผลงานแต่ละชิ้นจึงมีเพียงชิ้นเดียวและมีดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำแบบ
สำหรับซีซั่นนี้ ใครที่ยังลังเลไม่น่าใจว่าจะเลือกเครื่องประดับชิ้นไหนให้้เข้ากับตัวเอง วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” มีกูรูคนเก่ง ณพนุช ทองภักดี ไลฟ์สไตล์ คอนซัลแตนท์ มาเผยเทคนิคการเลือกเครื่องประดับ และบอกว่าเครื่องประดับแบบไหนที่ควรมีไว้ในกล่องเครื่องประดับของคุณ แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เครื่องประดับที่จะนำมาแนะนำนี้ เป็นเครื่องประดับจากบรนด์ไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น G-Gub, Matina Amanita for Sretsis, Disaya, Olivia Diamonds และ Jogema ที่ขนกันมาเปิดคอลเลคชั่นสุดเก๋ที่ศูนย์การค้าเกษร
เริ่มที่เทรนด์แรก ณพนุชบอกว่า ฤดูกาลนี้ “ไข่มุก” ไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับเชยๆ ของผู้ใหญ่อีกต่อไป เพราะ เหล่าดีไซเนอร์ได้ออกแบบไข่มุกให้มีดีเทลน่าสนใจกว่าแบบเรียบๆ เช่น แบบสร้อยระย้าซ้อนเป็นชั้นๆ ไข่มุกร้อยกับริบบิ้นเป็นสร้อยเก๋ๆ หรือนำมาทำเป็นเครื่องประดับผม ตุ้มหูแชนเดอเลียร์ หรือใส่เป็นกำไลหลายๆ เส้น เวลาใส่ไข่มุกนอกจากจะดูสวยหวาน โก้ หรู ยังช่วยให้ใบหน้าดูผ่องใสเปล่งประกายไม่เหมือนกับเครื่องประดับอื่นๆ สำหรับไทยดีไซเนอร์ที่ออกแบบไข่มุกได้สวยเก๋ไม่เหมือนใคร นั่นคือ ม.ล. รจนาธร ณ สงขลา แห่งร้าน ที่นำเสนอเครื่องประดับสไตล์วินเทจสำหรับหญิงสาวบุคลิกมาดมั่น เครื่องประดับทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์เมดและเลือกใช้แต่วัสดุที่มีคุณภาพ ผลงานแต่ละชิ้นจึงมีเพียงชิ้นเดียวและมีดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำแบบ
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เกษรเปิดโซนความงาม
กลายเป็นแหล่งรวมเรื่องความสวยความงามที่ครบวงจรที่สุด เมื่อศูนย์การค้าเกษรได้ฤกษ์เปิดตัวโซนใหม่ "GAYSORN LADY'S CLOSET" ที่ชั้นล็อบบี้ โดย รวมเอาแฟลก ชิพสโตร์ร้านค้าและบริการเกี่ยวกับสินค้าแฟชั่นดีไซน์ สุขภาพความงามระดับห้าดาวไว้อย่างครบครัน ราวกับห้องแต่งตัวส่วนตัวของคุณผู้หญิง? ที่เน้นแต่ สุดยอดประสบการณ์การให้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพไว้ในโซนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาและศูนย์สุขภาพความงามอย่าง Panpuri Signature Store, Aster Spring, Salon La Prairie, Kerastase Cut&Curl และ Lisa Frances Aesthetic Center แฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับของดีไซเนอร์ชั้นนำ อย่าง Disaya, Matina Amanita และ Marlies Dekkers นอกจากนี้ ยังมีร้านดอกไม้ Ur Choice ที่ออกแบบดอกไม้สไตล์แฟชั่นกูตูร์ รวมไปถึงคาเฟ่ Butler's ของเชฟมือรางวัลระดับโลก Tim Butler จากนิวยอร์ก..เรียกได้ว่าเป็น One Stop Beauty Service ที่เติมเต็มความต้องการของผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
Ferragamo กับแทรนด์แฟชั่นสีเขียว
"Eco Ferragamo" ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ปอ หรือ ป่าน โดยต้นไม้ที่นำมาใช้ต้องไม่มียาฆ่าแมลงปนเปื้อน จากนั้นนำมาทอด้วยมือ ก่อนผ่านกระบวนการฟอกหนังให้นิ่มโดยวิธีธรรมชาติปราศจากสารเคมีและสารพิษ รวมถึงสีที่ย้อมก็สกัดมาจากเปลือกไม้ ไล่โทนสีตั้งแต่สีน้ำตาล และดำ ไปจนถึงโทนสีแดงชมพู และเขียวมะนาว ซึ่งกว่าจะผสมสีให้ได้ตามที่ต้องการโดยวิธีธรรมชาตินั้นเป้นสิ่งที่ยากมาก
ซึ่งเทศนิคดังกล่าวจะช่วยให้หนังของกระเป๋านิ่ม, สามารถกันน้ำ และมีความสวยงาม ทั้งนี้ยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Ferragamo โดยกระเป๋าคอลเลคชั่นนี้ยังถูกออกแบบมาให้เป้นแบบกระเป๋าเซต 5 วัน รวมถึง tote ใบเล็ก, กระเป๋าถือหนังนิ่ม และ Maxi Hobo
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่ากระเป๋าทุกกใบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ ทางเจ้าของแบรนด์จึงก็ขอการันตีด้วยคำรับรองจาก SG-Mark ซึ่งเป็นองค์กรของประเทศเยอรมนี ที่ออกมารับประกันว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการแฟชั่นแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่ปี 2007 Florentine ก็ได้ทำการคิดค้นวิธีการผลิตกระเป๋าและเครื่องประดับที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว
ซึ่งเทศนิคดังกล่าวจะช่วยให้หนังของกระเป๋านิ่ม, สามารถกันน้ำ และมีความสวยงาม ทั้งนี้ยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Ferragamo โดยกระเป๋าคอลเลคชั่นนี้ยังถูกออกแบบมาให้เป้นแบบกระเป๋าเซต 5 วัน รวมถึง tote ใบเล็ก, กระเป๋าถือหนังนิ่ม และ Maxi Hobo
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่ากระเป๋าทุกกใบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ ทางเจ้าของแบรนด์จึงก็ขอการันตีด้วยคำรับรองจาก SG-Mark ซึ่งเป็นองค์กรของประเทศเยอรมนี ที่ออกมารับประกันว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการแฟชั่นแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่ปี 2007 Florentine ก็ได้ทำการคิดค้นวิธีการผลิตกระเป๋าและเครื่องประดับที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว
เจาะใจกูรูปีหน้า กับ แฟชั่นเก๋กู๊ดตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า…!
ไทยรัฐออนไลน์รวบรวมกูรูเรื่องแฟชั่นมาฟันธง เทรนด์แฟชั่นปีหน้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้กับแฟชั่นนิสต้าว่าปีหน้าเทรนด์ไหนจะมาแรง...!!!
เริ่มด้วยเทรนด์แต่งหน้า โดยได้รับเกียรติจาก คุณฟูก ธำรงรัตน์ วรารักษ์ เมคอัพอาสต์ติสระดับประเทศบอกว่า หน้าการแต่งหน้าแบบธรรมชาติ
* ภาพรวมของการแต่งหน้าใน "ซัมเมอร์" ปีหน้าจะต้องเน้นการรองพื้นควรจะใช้รองพื้นที่บางลง พร้อมกับต้องเพิ่มความนวลเนียนให้ใบหน้า โดยเรื่องรองพื้นจะต้องเน้นให้มีส่วนผสมของสารเรืองแสงเพื่อให้ผิวดูมีสุขภาพดี แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ในการกระจายแสงที่มากขึ้น
* สำหรับเทรนด์ในช่วงซัมเมอร์เราก็จะแต่งเป็นแนวเอิร์ธโทนดูมีสุขภาพดี ส่วนลิปสติก สีน้ำตาล และสีชมพูจะมาแรงในช่วงนี้ สำหรับสีอายเชโดว์ก็จะเป็นสีเขียวอ่อน สีเหลือง สีฟ้าอ่อน ม่วงอ่อนก็จะอิน เพียงแต่ว่าเนื้อของลิปสติกจะใส่ความแวววาวเข้าไปหรืออาจจะมีการผสมหลายๆสีกัน นอกจากนี้ซัมมอร์หน้าการแต่งหน้าเซ็กซี่จะมาแรง แต่คุณต้องไม่ใช่การแต่งหน้าที่จัดจ้าน และเข้มจนเกินไป
*ส่วนช่วงวินเทอร์ปีนี้จะเป็นการแต่งหน้าที่ดูเข้มขึ้นสีอุ่นๆ ก็จะกลับมาแรงขึ้น ทั้งนี้ การแต่งหน้าลักษณะผิวก็จะมีความชุ่มชื่่นและก็มีเนื้อของรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกระจายแสงช่วยในการกระจายแสงเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอายเชโดว์และลิปสติกจะมีเนื้อที่แห้งขึ้น ไม่มีเนื้อที่กรอสมากจนเกินไป
เริ่มด้วยเทรนด์แต่งหน้า โดยได้รับเกียรติจาก คุณฟูก ธำรงรัตน์ วรารักษ์ เมคอัพอาสต์ติสระดับประเทศบอกว่า หน้าการแต่งหน้าแบบธรรมชาติ
* ภาพรวมของการแต่งหน้าใน "ซัมเมอร์" ปีหน้าจะต้องเน้นการรองพื้นควรจะใช้รองพื้นที่บางลง พร้อมกับต้องเพิ่มความนวลเนียนให้ใบหน้า โดยเรื่องรองพื้นจะต้องเน้นให้มีส่วนผสมของสารเรืองแสงเพื่อให้ผิวดูมีสุขภาพดี แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ในการกระจายแสงที่มากขึ้น
* สำหรับเทรนด์ในช่วงซัมเมอร์เราก็จะแต่งเป็นแนวเอิร์ธโทนดูมีสุขภาพดี ส่วนลิปสติก สีน้ำตาล และสีชมพูจะมาแรงในช่วงนี้ สำหรับสีอายเชโดว์ก็จะเป็นสีเขียวอ่อน สีเหลือง สีฟ้าอ่อน ม่วงอ่อนก็จะอิน เพียงแต่ว่าเนื้อของลิปสติกจะใส่ความแวววาวเข้าไปหรืออาจจะมีการผสมหลายๆสีกัน นอกจากนี้ซัมมอร์หน้าการแต่งหน้าเซ็กซี่จะมาแรง แต่คุณต้องไม่ใช่การแต่งหน้าที่จัดจ้าน และเข้มจนเกินไป
*ส่วนช่วงวินเทอร์ปีนี้จะเป็นการแต่งหน้าที่ดูเข้มขึ้นสีอุ่นๆ ก็จะกลับมาแรงขึ้น ทั้งนี้ การแต่งหน้าลักษณะผิวก็จะมีความชุ่มชื่่นและก็มีเนื้อของรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกระจายแสงช่วยในการกระจายแสงเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอายเชโดว์และลิปสติกจะมีเนื้อที่แห้งขึ้น ไม่มีเนื้อที่กรอสมากจนเกินไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)